หลักสูตร อบรม “นักจัดซื้อสมัยใหม่ ที่องค์กรอยากได้ และผู้บริหารต้องการ”

GoodCourseGoodTraining
หลักสูตรอบรม นักจัดซื้อสมัยใหม่ ที่องค์กรอยากได้ และผู้บริหารต้องการ ยุคใหม่ ดูกำหนดการวันจัดอบรม Public Training... คลิก ความสำคัญหลักสูตรอบรม กระบวนการทำงานจัดซื้อในแต่ละบริษัทนั้นเป็นต้นน้ำของทุกองค์กร หากเกิดการสะดุดขึ้นมาก็ย่อมสร้างความเสียหายในการปฏิบัติการต่างๆ ซึ่งคนส่วนใหญ่จำนวนไม่น้อยที่คิดว่า "งานจัดซื้อ" เป็นเรื่องง่าย ๆ แค่รับใบ PR และออกใบ PO โทรศัพท์ตามของ ต่อรองราคาได้ถูกก็จบกระบวนการ แต่หากเจ้าหน้าที่จัดซื้อทำงานได้แค่นี้ก็ เรียกว่า "เจ้าหน้าที่จัดซื้อสมัยเก่า" ฉะนั้นถ้าเราไม่อยากเป็นเจ้าหน้าที่จัดซื้อสมัยเก่า ต้องเรียนรู้วิธี "การจัดซื้อเชิงกลยุทธ์" รู้วิธีการเลือกซื้อที่เหมาะสม และเครื่องใช้เครื่องมือในการตัดสินใจอย่างชาญฉลาดและเหมาะสม หลักสูตรนี้ จึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ทำงานด้านจัดซื้อ บุคคลทั่วไปที่สนใจงานจัดซื้อ ได้เข้าใจวิธีการจัดซื้ออย่างมีกลยุทธ์เพื่อช่วยลดการบริหารความเสี่ยง การลดต้นทุน และ จัดซื้อทันต่อเวลา วัตถุประสงค์การอบรม 1. เพื่อให้สามารถนำหลักการ แนวคิดงานจัดซื้อไปประยุกต์ใช้วางแผนงานและพัฒนาได้อย่างเป็นรูปธรรม 2. เพื่อให้สามารถนำความรู้ และเทคนิคการจัดซื้อเชิงกลยุทธ์ มากำหนดรูปแบบการทำงานให้สอดคล้องกับองค์กร 3. เพื่อให้สามารถวิเคราะห์และตัดสินใจ แก้ไขปัญหาในการจัดซื้ออย่างมีระบบ หัวข้อการอบรม 1. บทบาทหน้าที่และ ความสำคัญของการทำงานจัดซื้อ 2. 5W1H ก่อนมีนโยบายจัดซื้อและระเบียบวิธีการจัดซื้อ 3. ขั้นตอนการเขียนนโยบายจัดซื้อ และ ระเบียบวิธีการจัดซื้อ 4. สิ่งที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการจัดทำนโยบายจัดซื้อ 5. รายการสิ่งผิดปกติจากการใช้นโยบายจัดซื้อ 6. กลโกงในงานจัดซื้อ 7. อำนาจดำเนินการ คืออะไร 8. เทคนิคการ และวิธีการจัดซื้อในรูปแบบต่าง ๆ 9. ข้อดี ข้อเสียในการจัดซื้อแบบต่างๆ 10. เมื่อต้องซื้อสินค้า จะหาจากแหล่งไหน 11. การวางแผนงานจัดซื้อตามหลัก 6 Rs อย่างมีประสิทธิภาพ 12. วิธีวิเคราะห์ว่าควรซื้อสินค้าเมื่อไหร่ (ROP) จึงจะเหมาะ 13. ศิลปะการตั้งคำถาม, การฟัง, ข้อควรทำ และข้อห้ามในแต่ละขั้นตอนการเจรจาต่อรอง 14. เทคนิคการเจรจาต่อรอง และแก้ปัญหาในงานจัดซื้อเชิงกลยุทธ์ 15. เครื่องมือ ระบบจัดซื้อที่จะนำไปสู่การจัดซื้อที่มีประสิทธิภาพมีอะไรบ้าง 16. เครื่องมือ ระบบจัดซื้อที่จะนำไปสู่การใช้เวลา และทรัพยากรในการจัดซื้ออย่างมีประสิทธิภาพ รูปแบบการอบรม - บรรยาย ให้ความรู้ความเข้าใจเชิงลึก , ชมวีดีทัศน์ - กรณีศึกษา ให้มีประสบการณ์เพิ่มจากตัวอย่างจริง - ฝึกปฏิบัติจาก Workshop ให้นำไปประยุกต์สู่การการทำงานได้จริง สนใจสมัครเข้าร่วมอบรม Public Training... คลิก  
Read More

หลักสูตรอบรม การควบคุมกระบวนการโดยใช้เทคนิคทางสถิติ (SPC) สำหรับระดับปฏิบัติการ (Statistical Process Control for Operators)

GoodCourseGoodTraining
หลักสูตรอบรม การควบคุมกระบวนการโดยใช้เทคนิคทางสถิติ (SPC) สำหรับระดับปฏิบัติการ (Statistical Process Control for Operators) ความสำคัญ ในกระบวนการผลิต คุณภาพของสินค้าไม่ได้เกิดขึ้นจากการตรวจสอบปลายทางเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก “การควบคุมกระบวนการ” ให้มีเสถียรภาพตั้งแต่ต้นทางพนักงานระดับปฏิบัติการถือเป็นด่านหน้าที่สำคัญที่สุดในการเฝ้าระวังกระบวนการ หากสามารถอ่านข้อมูลจากแผนภูมิควบคุม (Control Chart) ได้อย่างถูกต้อง จะสามารถตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ลดของเสีย ลดการแก้ไขซ้ำ และช่วยให้งานผลิตมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น หลักสูตรนี้จึงออกแบบมาเพื่อให้พนักงานเข้าใจหลักการของ SPC ในรูปแบบที่เข้าใจง่าย เห็นภาพ และสามารถนำไปใช้ในหน้างานได้ทันที วัตถุประสงค์การอบรม 1. เพื่อให้ผู้เข้าอบรมเข้าใจหลักการพื้นฐานของการควบคุมกระบวนการโดยใช้เทคนิคทางสถิติ (SPC) 2. เพื่อให้สามารถอ่านและตีความแผนภูมิควบคุมประเภทต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง 3. เพื่อให้สามารถระบุสัญญาณความผิดปกติของกระบวนการได้ 4. เพื่อให้ทราบแนวทางปฏิบัติเมื่อพบความผิดปกติในกระบวนการผลิต 5. เพื่อสร้างความตระหนักถึงบทบาทสำคัญของพนักงานในการควบคุมคุณภาพ หัวข้ออบรม 1. เข้าใจพื้นฐานของ SPC และบทบาทของพนักงาน • คุณภาพเกิดขึ้นได้อย่างไรในกระบวนการผลิต • ความหมายของความแปรปรวน (Variation) แบบเข้าใจง่าย • ความแตกต่างระหว่าง “ความผิดปกติทั่วไป” และ “ความผิดปกติพิเศษ” • ทำไมต้องใช้ SPC ในโรงงานอุตสาหกรรม • บทบาทของพนักงานระดับปฏิบัติการในการควบคุมกระบวนการ กิจกรรม ตัวอย่างสถานการณ์จำลอง: หากไม่ควบคุมกระบวนการจะเกิดผลกระทบอย่างไร 2. ทำความเข้าใจแผนภูมิควบคุม (Control Chart) • ส่วนประกอบของแผนภูมิควบคุม • ความหมายของเส้นค่าเฉลี่ย (Center Line) • ความหมายของเส้นควบคุมบน–ล่าง (UCL/LCL) • แผนภูมิที่พบในหน้างาน เช่น - Xbar–R Chart (อธิบายเชิงการใช้งาน) - P Chart / C Chart (แบบเข้าใจง่าย) เน้น “การอ่านกราฟ” มากกว่าการคำนวณสูตร Workshop ฝึกอ่าน Control Chart จากตัวอย่างจริง 3. การสังเกตสัญญาณความผิดปกติ • ลักษณะสัญญาณที่บ่งชี้ว่ากระบวนการเริ่มผิดปกติ - จุดเกินเส้นควบคุม - แนวโน้มขึ้นหรือลงต่อเนื่อง - จุดกระจุกตัวผิดปกติ • ตัวอย่างความผิดปกติที่พบในโรงงาน • ความสำคัญของการบันทึกข้อมูลอย่างถูกต้อง กิจกรรมกลุ่ม วิเคราะห์กราฟและระบุจุดที่ควรแจ้งหัวหน้างาน 4. แนวทางปฏิบัติเมื่อพบความผิดปกติ • ขั้นตอนการปฏิบัติเมื่อกระบวนการ Out of Control • การรายงานปัญหาอย่างถูกต้อง • การทำงานร่วมกับหัวหน้างานและฝ่ายคุณภาพ •…
Read More

หลักสูตรอบรม เทคนิควิธีออกจาก Comfort Zone เพื่อเพิ่มศักภาพการทำงาน

GoodCourseGoodTraining
หลักสูตรอบรม เทคนิควิธีออกจาก Comfort Zone เพื่อเพิ่มศักภาพการทำงาน รายละเอียดหลักสูตรอบรม Course Outline ความสำคัญหลักสูตรอบรม Comfort Zone คือ พื้นที่ที่เราคุ้นชิน คุ้นเคย รู้สึกถึงความปลอดภัย สามารถควบคุมได้ หรือพูดให้มองเห็นภาพง่ายๆคือ สามารถหลับตาทำได้นั่นเอง ดังนั้น Comfort zone จึงเป็นจุดที่เราอยู่แล้วสบายใจที่สุด และคนส่วนใหญ่ไม่ต้องการเปลี่ยนแปลงอะไร แต่ในปัจจุบันที่เป็นยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง Digital Transformation หรือ VUCA World จากสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี พฤติกรรมผู้บริโภค การแทนที่ของรูปแบบธุรกิจ Disruption สงครามการค้าระหว่างประเทศ และมาถึงสถานการณ์ของไวรัสขณะนี้ ทำให้เกิดผลกระทบต่อกันมาเรื่อยๆ อย่างมีนัยสำคัญ จนเราก็ไม่รู้ว่ามันจะจบลงเมื่อไหร่ และก็ไม่สามารถคาดการณ์เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ ดังนั้นองค์กรต่างๆจะต้องมีการปรับเปลี่ยนปรับปรุงตลอดเวลา จะช้าหรือเร็วก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้ตอบโจทย์ของการแข่งขัน การสร้างรายได้ ความต้องการของลูกค้า และเทคโนโลยี ดังนั้นภาระงานจึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ไม่มีงานหรือตำแหน่งใดที่ไม่เปลี่ยนแปลงในอนาคตอันใกล้นี้ ดังนั้นสิ่งแรกที่เราต้องก้าวข้ามออกมาให้ได้เพื่อไปสู่สิ่งใหม่ที่ดีกว่านั่นคือ การออกจาก Comfort Zone วัตถุประสงค์การอบรม 1. เพื่อเสริมสร้างทัศนคติที่ดีต่อการเอาตัวเองออกจาก Comfort Zone 2. เพื่อให้มีการปรับเปลี่ยนแนวคิด สร้างทัศนคติใหม่ มุมมองใหม่ สนุกในการทำงาน 3. เพื่อเป็นการฝึกการคิกนอกกรอบ สามารถคิดแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างสร้างสรรค์ 4. เพื่อเป็นการฝึกพัฒนาศักยภาพการคิดสร้างสรรค์ในรูปแบบต่างๆ ทำสิ่งเดิมด้วยวิธีการใหม่ๆ 5. เพื่อให้องค์กรมีบุคลากรที่สามารถทำงานให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า และสามารถชนะคู่แข่งได้ 6. เพื่อเรียนรู้ข้อเด่น ข้อด้อยของตนเอง และสามารถปรับเปลี่ยนทัศนคติและพฤติกรรมในการทำงานให้มีประสิทธิภาพ 7. เพื่อให้สามารถดึงศักยภาพของตนเองออกมาใช้ให้เต็มที่เต็มพลัง และสามารถปรับประยุกต์ใช้ในการทำงานได้อย่างสร้างสรรค์ หัวข้อการอบรม 1. ออกจาก Comfort Zone เพื่อชีวิตที่ดีกว่า • รู้จัก Comfort Zone , ทำไมต้องออกจาก Comfort Zone • กิจกรรมละลายพฤติกรรม ละลาย Comfort Zone • เทคนิควิธีปรับ Mindset เพื่อจัดการความกลัวก่อนออกจาก Comfort Zone • การเปิดโอกาสให้ตัวเอง รับโอกาสทำงานที่ยากขึ้น รับผิดชอบมากขึ้น 2. เทคนิคต่างๆ ในการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ • เทคนิคการระดมสมอง Brain Storming (ที่ถูกต้อง) โดยใช้ปัญญาของกลุ่ม • เทคนิคเน้นการสร้างความสัมพันธ์ในชิงสร้างสรรค์ • เทคนิคการให้ความเข้าใจ เห็นใจ และความรู้สึกของคนอื่น • เทคนิคกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ ทำสิ่งเดิมด้วยวิธีการใหม่ๆ 3. พลังแห่งการคิดรอบด้านเพื่อผลงานที่ดีกว่า •…
Read More

หลักสูตรอบรม แนวทางการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน(Anti-corruption)ในองค์กรอย่างยั่งยืน

GoodCourseGoodTraining
หลักสูตรอบรม แนวทางการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน(Anti-corruption)ในองค์กรอย่างยั่งยืน วิทยากรอบรมโดย ดร. วชิระ ชนะบุตร และ/หรือ ดร.สวนีย์  อ่อนสุวรรณ์ Public Training Online : อบรมวันที่ 29 เมษายน 2569 เวลา 9.00- 16.00 น.Public Training Onsite จัดที่โรงแรม : วันที่ 23 มิถุนายน 2569 เวลา 9.00- 16.00 น.สถานที่จัดอบรม โรงแรม เดอะเบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ (The Berkeley Hotel Pratunam) หรือ โรงแรม โซลิแทร์ แบงค็อก สุขุมวิท 11 (Solitaire Bangkok Sukhumvit 11)* สถานที่อบรมอาจเปลี่ยนแปลงได้ โดยจะเรียนแจ้งให้ทราบก่อนวันอบรมอย่างน้อย 7 วัน* รายละเอียดหลักสูตรอบรม Course Outline ความสำคัญหลักสูตรอบรมการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน (Anti-corruption) ในองค์กร มีความเกี่ยวข้องกับการทำงานด้วยใจที่มีหลักธรรมในการปฏิบัติงาน ซึ่งกลายเป็นดัชนีชี้วัดความสำเร็จอันยั่งยืนขององค์กรและการดำเนินธุรกิจอย่างน่าประหลาดใจการมีจริยธรรม จรรยาบรรณ และวัฒนธรรมองค์กรในการทำงานที่ดีจะทำให้พนักงาน เข้าใจ ซึมซับ ตระหนักถึงความใส่ใจและความรับผิดชอบต่อองค์กร ตนเอง ลูกค้า ผู้มาติดต่อ เพื่อนร่วมงาน ผู้บังคับบัญชา ผู้ใต้บังคับบัญชา และผู้เกี่ยวข้อง และเป็นแนวทางการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน (Anti-corruption) ในองค์กรอย่างยั่งยืน และเป็นพื้นฐานสำคัญที่นำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนต่อไป วัตถุประสงค์การอบรมเพื่อให้ผู้เข้าอบรมมีความตระหนักถึงการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นในทุกๆ รูปแบบในองค์กร รวมถึงความเสียหายจากการทุจริตคอร์รัปชันที่มีผลกระทบต่อองค์กรในภาพรวม การป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน กระบวนการยื่นขอการรับรองจาก CAC แนวทางปฏิบัติตามประกาศการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐฯ และเพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องคุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณ และวัฒนธรรมองค์กรในการทำงานที่ดี เพื่อนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืนต่อไป หัวข้อการอบรม1. ทำไมองค์กรต้องจัดอบรมให้ความรู้เรื่องการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน2. จริยธรรม จรรยาบรรณ กับการทำงาน , การมีจริยธรรม จรรยาบรรณ ส่งผลดีต่อชีวิต3. ผลกระทบที่เกิดจากการคอร์รัปชัน หนทางนําไปสู่ความเสื่อมในองค์กร 4. บทบาทของทุกคนในองค์กรที่จะมีส่วนในการลดการทุจริตคอร์รัปชัน5. การกำหนดนโยบาย มาตรการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน (Anti-Fraud & Corruption Policy) • นิยามการให้สินบน• นโยบายของบริษัทในการต่อต้านการให้สินบน• ข้อปฏิบัติและข้อควรระวัง ในการให้ของขวัญและจัดเลี้ยง• ข้อปฏิบัติและข้อควรระวัง ในการให้ความสนับสนุนและบริจาคการกุศล• ข้อปฏิบัติและข้อควรระวัง ในการใช้บุคคลที่สามและเอเย่นต์• วิธีปฏิเสธการให้สินบน6. ตัวอย่างพฤติกรรมการทุจริตในองค์กร ในรูปแบบต่างๆ7. แนวทางการป้องกัน และการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านการทุจริต• บทลงโทษทางกฎหมาย• ขั้นตอนการแจ้งเบาะแส และการขอคำแนะนำเกี่ยวกับการคอร์รัปชัน8. กระบวนการยื่นขอการรับรองจาก CAC , แนวทางปฏิบัติตามประกาศการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐฯ…
Read More

อบรม หลักสูตร จิตสำนึกในการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม (Saving energy and environment awareness)

GoodCourseGoodTraining
หลักสูตรอบรม จิตสำนึกในการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม (Saving energy and environment awareness) ความสำคัญหลักสูตรอบรมองค์กรใดก็ตามที่พนักงานทุกคนมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์พลังงาน องค์กรนั้นจะเกิดการอนุรักษ์และใช้พลังงานได้เกิดประโยชน์สูงสุดและต่อเนื่องยั่งยืน ดังนั้นการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “จิตสำนึกในการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม” จะเป็นการฝึกอบรมที่ให้พนักงานตระหนักถึงคุณค่าของพลังงานและผลกระทบจากการใช้พลังงานที่มีต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงขั้นตอนวิธีการในการสร้างจิตสำนึกอย่างเป็นระบบและง่ายในการนำไปใช้ กรณีตัวอย่าง วิดีโอกรณีศึกษา และกิจกรรมต่างๆ ที่ประสบความสำเร็จในการอนุรักษ์พลังงาน รวมทั้งการระดมสมองในการจัดทำแผนรณรงค์ประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างจิตสำนึกให้เกิดขึ้นแก่องค์ได้หลักสูตรอบรมนี้จึงเป็นคำตอบที่ดีของการสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้พนักงานทุกคนเกิดความตระหนักถึงผลกระทบด้านต่างๆ ทั้งต่อองค์กร ประเทศชาติ และต่อสภาวะแวดล้อมของโลกเราได้อีกด้วย วัตถุประสงค์การอบรม1. เพื่อสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม อย่างเป็นระบบ2. เพื่อเสริมสร้างแนวคิดการป้องกัน การวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาด้านพลังงานอย่างเป็นมีรูปแบบ3. เพื่อเป็นแนวทางในการปรับปรุงและพัฒนาหน่วยงานและองค์กรอย่างต่อเนื่อง4. เพื่อให้ผู้เข้าอบรมมีความเข้าใจต่อผลกระทบของการใช้พลังงานและสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันได้อย่างถูกต้อง5. เพื่อสร้างการทำงานเป็นทีม การยอมรับในความเห็นที่แตกต่าง เกิดความสามัคคี6. เพื่อสร้างแรงจูงใจในการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมให้กับผู้เข้ารับการอบรม หัวข้อการอบรม1. จิตสำนึกการอนุรักษ์พลังงาน• แหล่งที่มาของพลังงาน• พลังงานสำคัญอย่างไร• การใช้พลังงานของโลกและประเทศไทยในปัจจุบัน• พลังงานทดแทนในอนาคต• จิตสำนึกและกิจกรรมการสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์พลังงาน2. ผลกระทบจากการใช้พลังงานต่อสิ่งแวดล้อม• ภาวะโลกร้อน ที่มีผลต่อสิ่งแวดล้อม• ผลกระทบจากการใช้พลังงานและการเกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์• ผลกระทบด้านสภาวะอากาศของโลกและสิ่งแวดล้อม• ปัญหาของกิจกรรมอนุรักษ์พลังงานในองค์กร• แนวทางและวิธีการประหยัดพลังงาน• ทัศนะคติเดิมๆที่ไม่ช่วยกันอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม3. การอนุรักษ์พลังงานในระบบต่างๆ• ระบบแสงสว่าง• ระบบการปรับอากาศ• ระบบการอัดอากาศ• ระบบมอเตอร์• การอนุรักษ์พลังงานในสำนักงาน4. ตัวอย่างความสำเร็จในการอนุรักษ์พลังงาน5. แนวโน้มสถานการณ์ของการอนุรักษ์พลังงานในอนาคต ลักษณะรูปแบบการอบรม • บรรยาย ให้ความรู้ความเข้าใจเชิงลึก• กิจกรรมประกอบการอบรม ให้นำไปประยุกต์สู่การการทำงานได้จริง• การแบ่งปันการเรียนรู้ร่วมกัน    
Read More

หลักสูตร อบรม เทคนิคการสอบสวนและลงโทษทางวินัย สำหรับหัวหน้างาน

GoodCourseGoodTraining
อบรมหลักสูตร เทคนิคการสอบสวนและลงโทษทางวินัย สำหรับหัวหน้างาน ความสำคัญการลงโทษพนักงานที่ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของบริษัท เป็นเรื่องสาคัญมากเพราะหากกระทำไม่ถูกต้อง และผู้ถูกลงโทษไม่ยอมรับ ไม่พึงพอใจ ปัญหาด้านแรงงานสัมพันธ์จะเกิดขึ้น อาจจะลุกลามและจะเป็นผลเสียหายต่อหน่วยงาน และบริษัทอย่างมากซึ่งมีหลายตัวอย่างให้เห็นชัดเจนมาแล้ว เช่น เกิดการดื้องาน ทำของเสียหายให้บริษัท รวมถึงเพื่อนฝูงพรรคพวกญาติก็มีอาการเดียวกัน หัวหน้างานซึ่งเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด จึงเป็นเรื่องสำคัญ และ จำเป็นที่บรรดาผู้เป็นหัวหน้างาน ของแต่ละสถานประกอบการ ควรที่จะมาทำความเข้าใจในเทคนิคการสอบสวนและการลงโทษทางวินัย การลงโทษทางวินัยนั้น ต้องมีทั้งศาสตร์และศิลป์ ซึ่งหลายองค์กรขาดความรู้ ความเข้าใจ ในวิธีการสอบสวน การหาพยานหลักฐาน ไม่ทราบว่าพยานหลักฐานใดมีน้ำหนัก การกระทำผิดวินัยเป็นอย่างไร จึงมีการลงโทษทางวินัยผิดพลาด ทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเสียขวัญและกำลังใจ ทำให้เกิดคดีขึ้นศาล เสียเวลาในการดำเนินคดี จึงจำเป็นต้องศึกษา ทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง เพื่อความถูกต้อง เป็นธรรม และสร้างสรรค์ วัตถุประสงค์การอบรม 1. เพื่อให้หัวหน้างานมีความรู้ ความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ และขอบเขตอำนาจการลงโทษของหัวหน้างาน2. เพื่อให้หัวหน้างานได้รู้เทคนิค และแนวทางการสอบสวน การตักเตือน และการลงโทษที่ถูกต้อง มีความเป็นธรรม ไม่เกิดความเสียหายกับหน่วยงาน และบริษัท3. เพื่อลดปัญหาผู้ใต้บังคับบัญชาฝ่าฝืนระเบียบวินัยให้ลดน้อยลง และเป็นภาพพจน์ของบริษัท4. เพื่อให้เกิดแรงงานสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพนักงานกับฝ่ายบริหารและหัวหน้างาน หัวข้อการอบรม• กฎหมายแรงงานที่เกี่ยวข้องกับนายจ้าง ที่ผู้บังคับบัญชา หัวหน้างานและผู้ทำหน้าที่แทนบริษัทควรรู้• การสร้างวินัยของพนักงานในการทำงาน• สาเหตุของการทำผิดทางวินัยของพนักงาน• หลักการพิจารณาความผิดทางวินัย• ความหมายของการสอบสวน• แบบฟอร์มรายงานผลการสอบสวน• เทคนิคการสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อลงโทษทางวินัย• กระบวนการสอบสวนเพื่อการลงโทษทางวินัย• บทบาทของหัวหน้างานในการตักเตือนและการลงโทษทางวินัย• เทคนิคการสร้างบรรยากาศในการตักเตือนและการลงโทษทางวินัย• เทคนิคการรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งก่อนสอบสวน และ ระหว่างการสอบสวน ควรดำเนินการอย่างไร จึงจะได้ความเป็นจริง และ ให้ความยุติธรรมแก่ทุกฝ่าย• หลักเกณฑ์การออกหนังสือเตือน• การแจ้งหนังสือตักเตือน กรณีพนักงานไม่ยอมรับหนังสือเตือน• ตัวอย่างแบบฟอร์มหนังสือตักเตือน/ลงโทษ , ตัวอย่างคำพิพากษา และกรณีศึกษา รูปแบบการอบรม• บรรยาย ให้ความรู้ความเข้าใจเชิงลึก , ชมวีดีทัศน์• กรณีศึกษา ให้มีประสบการณ์เพิ่มจากตัวอย่างจริง• สรุป เรียนรู้จากกิจกรรมการอบรม • ถาม ตอบ ทุกข้อสงสัย ให้นำไปประยุกต์สู่การการทำงานได้จริง  
Read More

หลักสูตรอบรม หัวหน้างานยุคใหม่กับการทำงานเชิงรุก (PROACTIVE)

GoodCourseGoodTraining
อบรมหลักสูตร หัวหน้างานยุคใหม่ กับการทำงานเชิงรุก (PROACTIVE) รายละเอียดหลักสูตรอบรม Course Outline ความสำคัญ ในปัจจุบันนี้โลกมีการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่องค์กรทุกองค์กร จะต้องปรับตัว และเคลื่อนไหวให้ทันต่อสภาวะการณ์ต่างๆอย่างทันท่วงที ทั้งนี้เพื่อให้องค์กรยังคงยืนหยัดอยู่อย่างมีศักยภาพในยุคที่มีแข่งขันรุนแรงเช่นนี้ และปัจจัยที่สำคัญยิ่งที่จะทำให้องค์กรแข็งแกร่ง คือ บุคลากรในองค์กรที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้นำ หรือ หัวหน้างาน เพราะ ผู้นำ หรือ หัวหน้างาน จะต้อง ดูแล กำกับ และนำพา ผู้ใต้บังคับบัญชา ให้สามารถทำงานทุกอย่างบรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายขององค์กร ซึ่งคุณสมบัติที่สำคัญยิ่งที่หัวหน้างานจะต้องมีในยุคโลกาภิวัฒน์นี้ คือจะต้องมีความรู้ และทักษะในการทำงานเชิงรุก (Proactive) ที่ดี สามารถค้นพบวิถีทางที่จะพัฒนาตนเองและจูงใจตนเองให้มีความสามารถสูงขึ้น สามารถดึงศักยภาพของตัวเองออกมาใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ พัฒนาคุณภาพการทำงานอย่างต่อเนื่อง และปรับตัวให้ทันต่อการแข่งขันในทุก ๆ ด้าน ตลอดจนนำพา ผู้ใต้บังคับบัญชา และองค์กร ให้บรรลุผลสำเร็จร่วมกัน หัวข้ออบรม • รู้จัก การทำงานเชิงรุก (Proactive) • วิสัยทัศน์ นักบริหาร • การฝึกความคิดและวิสัยทัศน์ เพื่อการทำงานเชิงรุก • การสร้างทัศนคติที่ดีต่อการทำงานเชิงรุก • หัวหน้างานกับการทำงานเชิงรุก • ทำไมหัวหน้างานต้องทำงานเชิงรุก • หัวหน้างาน ทำงานเชิงรุกเพื่ออะไร • เกิดประโยชน์อะไรบ้าง เมื่อทำงานเชิงรุก • การทำงานเชิงรุก กับการสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับ - เจ้านาย - ลูกน้อง - เพื่อนร่วมงาน - ลูกค้า • ความแตกต่าง ของ Proactive และ Reactive • การเตรียมพร้อมของตนเอง เพื่อการทำงานเชิงรุก • การสร้างคุณลักษณะส่วนตัว เพื่อประโยชน์ต่อการทำงานเชิงรุก • เจาะลึกขั้นตอนการทำงานเชิงรุก แบบ Steps by Step (How to be PROACTIVE? Steps by Step) • เป็นหัวหน้างานคนใหม่ กับสไตล์การทำงานเชิงรุก รูปแบบการอบรม 1. บรรยาย ชวนคุย กรณีศึกษา ชมวีดีทัศน์ 2. ละลายพฤติกรรม / แลกเปลี่ยนความคิด 3. กิจกรรม workshop / การนำไปประยุกต์สู่การปฏิบัติจริง 4. สรุปประเด็นเชื่อมโยงสู่งานที่ทำ
Read More

อบรม การบริหารความสัมพันธ์และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า (CRM and CEM are new strategies)

GoodCourseGoodTraining
อบรมหลักสูตร การบริหารความสัมพันธ์และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า CRM and CEM are new strategies Public Training Online:  วันที่ 23 เมษายน 2569  เวลา 9.00- 16.00 น.วิทยากรโดย อ.โกมินทร์  เมืองจันทร์ รายละเอียดหลักสูตรอบรม Course Outline กำหนดการอบรม8.30 Vickk Training เปิดห้องอบรมออนไลน์ Zoom9.00 – 10.30 เข้าสู่การอบรมช่วงที่ 110.30 – 10.45 พักเบรก 15 นาที10.45 – 12.00 เข้าสู่การอบรมช่วงที่ 212.00 – 13.00 พักเที่ยง13.00 – 14.30 เข้าสู่การอบรมช่วงที่ 314.30 – 14.45 พักเบรก 15 นาที14.45 – 16.00 เข้าสู่การอบรมช่วงที่ 4 หลักการและเหตุผล Customer Relationship Management (CRM) กับ CEM (Customer Experiential Management) เปรียบเสมือนหัวใจที่สำคัญของทุกธุรกิจที่มุ่งเน้นที่ลูกค้า เป็นส่วนสำคัญของการบริหารงานทางด้านการตลาด และการปฏิบัติงานภายในองค์กร นอกจากนี้ CRM ยังสามารถดึงลูกค้าเก่าให้กลับมาซื้อสินค้าหรือบริการซ้ำอีก ตลอดจนสามารถหาลูกค้าใหม่ได้ด้วยในเวลาเดียวกัน หลักสูตรฝึกอบรมนี้จะเน้นเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจอย่างถูกต้องในเรื่องของการบริหารงานลูกค้าสัมพันธ์ และพัฒนาไปสู่การสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าขององค์กร รวมถึงการออกแบบสร้างโปรแกรมความสัมพันธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังสามารถมองภาพเกี่ยวกับ CRM ,CEM ได้ชัดเจนยิ่งขึ้นจากตัวอย่าง กรณีศึกษาต่างๆ ขององค์กรที่ประสบผลสำเร็จ วัตถุประสงค์การอบรม1. เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และเข้าใจ ความหมายที่แท้จริงของคำว่า “การบริหารงานลูกค้าสัมพันธ์และการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า”2. เพื่อให้มีความเข้าใจถึงปัจจัยแห่งความสำเร็จของการบริหารงานลูกค้าสัมพันธ์และการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า3. เพื่อให้สามารถออกแบบสร้างโปรแกรมความสัมพันธ์ประเภทต่างๆ ให้เป็นกิจกรรมทางการตลาดระยะยาว และสามารถสร้างการสื่อสารทางการตลาดแบบครบวงจรได้ หัวข้อการอบรม1. แนวคิดทางการตลาด ด้วยการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า ในยุคแข่งขันสูง2. สภาพแวดล้อมทางการตลาด กับพฤติกรรมผู้บริโภค ในยุคปัจจุบัน3. Customer Relationship Management (CRM) คืออะไร มีจุดประสงค์เพื่ออะไร?4. แนวคิดและแบบจำลองการบริหารงานลูกค้าสัมพันธ์5. ออกแบบกลยุทธ์การบริหารงานลูกค้าสัมพันธ์อย่างไร..? ให้ SUCCESS !!!6. ความต้องการพื้นฐานของลูกค้า และระดับความคาดหวังของลูกค้า7. ทัศนคติ จุดเริ่มต้นการบริการที่ดี ลูกค้าอยากได้รับบริการแบบใด?8. การประเมินผลความสำเร็จของโปรแกรมสร้างความสัมพันธ์9. กลยุทธ์การบริหารลูกค้าสัมพันธ์ (CRM : Customer Relationship Management) สู่กลยุทธ์การบริหารประสบการณ์ของลูกค้า (CEM : Customer Experiential Management)10. การบริการให้แตกต่างอย่างเหนือชั้นด้วย CEM…
Read More

อบรมหลักสูตร “การจัดทำใบประเมินผลงานประจำปีตามแนวทาง KPI-OKR และ Competency”

GoodCourseGoodTraining
อบรมออนไลน์สด หลักสูตร "การจัดทำใบประเมินผลงานประจำปีตามแนวทาง KPI-OKR และ Competency" (Workshop พร้อมตัวอย่างไฟล์ใบประเมินผลงานประจำปี นำไปปรับใช้ได้ทันที) หลักการความสำคัญ การจัดทำใบประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปีให้เหมาะสม สะท้อนกับวัตถุประสงค์และผลลัพธ์ที่สำคัญขององค์กร ควรเรียนรู้เครื่องมือการบริหารด้วย KPI-OKR และ Competency (สมรรถนะ) ควบคู่กันไป ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากต่อความสำเร็จตามเป้าหมายขององค์กร และความก้าวหน้าในอาชีพของบุคลากร แทบทุกองค์กรนิยมใช้ตัวชี้วัดผลงาน หรือ KPI และพฤติกรรมของบุคลากรที่องค์กรต้องการ มาใช้ในการประเมินผลการปฏิบัติงานของบุคลากร เพื่อให้การทำงานไปตอบสนองต่อเป้าหมายองค์กร ดังนั้นผู้บริหาร ผู้จัดการ หัวหน้างาน ฝ่ายบุคคล HR และผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องในการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปี ควรได้รับความรู้ความเข้าใจในในเรื่องการบริหารผลการปฏิบัติงาน(PMS) OKR – KPI และสมรรถนะ(Competency) อย่างชัดเจน เพื่อให้การจัดทำใบประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปีได้เหมาะสม และมีส่วนร่วมนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายร่วมกัน วัตถุประสงค์การอบรม 1. เพื่อให้ทราบความสำคัญและแนวคิดของการบริหารผลการปฏิบัติงาน(PMS) OKR – KPI และสมรรถนะ(Competency) 2. เพื่อให้ผู้เข้าอบรมมีความรู้กำหนดตัวชี้วัดผลงาน KPI และสมรรถนะ/พฤติกรรม(Competency) ในใบประเมินผลงานประจำปี ได้อย่างถูกต้อง เหมาะสมกับองค์กรและบุคลากร 3. นำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการจัดทำใบประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปี เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กร หัวข้อการอบรม 1. การจัดการเชิงกลยุทธ์ ความหมายวิสัยทัศน์ ภารกิจ วัตถุประสงค์-เป้าหมายองค์กร กลยุทธ์ธุรกิจ ค่านิยมองค์กร และกระบวนการจัดการเชิงกลยุทธ์ 2. ระบบบริหารผลการปฏิบัติงาน (Performance Management Systems : PMS) ความหมายการบริหารการปฏิบัติงาน การนำไปใช้ประโยชน์ 3. OKR ความหมายและประโยชน์ของ OKR กับการบริหารจัดการผลงานสู่ความเป็นเลิศ 4. หลักการกำหนดตัวชี้วัด KPIs (Key Performance Indicators) การกระจายเป้าหมายตัวชี้วัดสู่หน่วยงานและรายคน 5. สมรรถนะ (Competency) และพฤติกรรม สำหรับการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปี 6. การให้น้ำหนักความสำคัญของ KPIs และพฤติกรรม รวมถึงวิธีการเก็บข้อมูลและตัวอย่างวิธีการคำนวณเพื่อใช้ในการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปี 7. การจัดทำใบประเมินผลงานประจำปี ตามแนวทาง KPI-OKR และ Competency Workshop : การจัดทำใบประเมินผลงานประจำปี พร้อมตัวอย่างไฟล์แบบฟอร์มประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปี สำหรับผู้บริหาร และสำหรับพนักงาน รูปแบบการอบรม - บรรยายให้ความรู้ความเข้าใจเชิงลึก ตัวอย่าง / กรณีศึกษา 50% - ฝึกปฏิบัติจาก Workshop 50% โดยใช้ Notebook ในการจัดทำไฟล์ใบประเมินผลงานประจำปีให้นำไปประยุกต์สู่การทำงานจริง - ให้คำปรึกษาในระหว่างการอบรม สนใจสมัครเข้าร่วมอบรม Public Training... คลิก  …
Read More

งานของเลขานุการ (Secretary)

knowledge
งานของเลขานุการ (Secretary) 1. การรับหนังสือเข้าจากภายนอกและภายใน1) การตรวจเช็คหนังสือในระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (e Document) ที่ส่งถึงหัวหน้าว่าท่านได้ดำเนินการสั่งการแล้วหรือยัง2) เมื่องานดำเนินการแล้วเสร็จปิดในระบบ (e Document)2. การรับหนังสือออกภายนอกและภายใน1) การจำแนกหนังสือที่รับจากงานสารบรรณ พร้อมทั้งจำแนกประเภทของหนังสือเป็น 2 ประเภท คือ หนังสือออกภายนอก และหนังสือส่งภายใน2) ตรวจทานความเรียบร้อยของหนังสือออกภายนอกและภายใน หากพบข้อผิดพลาดก็จะแจ้งให้งานสารบรรณดำเนินการแก้ไขและนำเสนออีกครั้ง3) เสนอหนังสือต่อหัวหน้า พร้อมทั้งบันทึกข้อความแบบย่อ ว่ามีจำนวน กี่เรื่อง และเรื่องไหนที่จะต้องดำเนินการโดยด่วน4) รับและบันทึกหนังสือออกจากหัวหน้าเพื่อจัดเก็บไว้เป็นหลักฐาน (เฉพาะเรื่องที่สำคัญ)5) ส่งคืนงานสารบรรณเพื่อดำเนินการต่อไป3. การเขียนจดหมายโต้ตอบ พิมพ์งานต่างๆ รวมทั้งเอกสารส่วนตัว และตามคำสั่งของหัวหน้าการเขียนจดหมายโต้ตอบ และพิมพ์งานต่างๆ การเรียนการสอน รวมทั้งเอกสารส่วนตัวและตามคำสั่งของหัวหน้า เช่น โต้ตอบจดหมาย จัดทำ PowerPoint งานสอน และจัดพิมพ์เอกสารต่างๆ และนำเสนอหัวหน้าเพื่อพิจารณา พร้อมทั้งปรับปรุงแก้ไขตามคำสั่งแนะนำของหัวหน้าและนำเสนออีกครั้ง พร้อมทั้งนำส่งและถ่ายเอกสารตามจำนวนที่กำหนด และบันทึกข้อมูลไว้เป็นหลักฐาน และจัดเก็บตามแฟ้ม4. ช่วยตระเตรียมการเดินทางไปร่วมประชุม สัมมนาต่างๆ และทำบันทึกการเดินทางให้หัวหน้า ในกรณีที่หัวหน้าจะต้องมีธุระไปติดต่องานหรือต้องเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ เช่น ประชุม เลขานุการจะเป็นผู้สั่งจองตั๋วเครื่องบิน จองโรงแรมที่หัวหน้าจะพัก รถรับ-ส่ง ยังสถานที่ต่าง ๆ พร้อมทั้งเตรียมของที่ระลึกในกรณีที่ต้องใช้ และเตรียมเอกสารที่จำเป็นให้แก่หัวหน้า และบันทึกข้อมูลไว้เป็นหลักฐานด้วย5. การโทรศัพท์ติดต่องานกับบุคคลภายในและภายนอก การนัดหมายแขกการโทรศัพท์ติดต่อกับบุคคลภายในและภายนอกตามคำสั่งหัวหน้า พร้อมทั้งบันทึกข้อมูลไว้เป็นหลักฐานและรายงานให้หัวหน้าทราบ การรับโทรศัพท์ทั้งภายในและภายนอกที่ติดต่อมายังหัวหน้า พร้อมทั้งสอบถามรายละเอียดว่า ผู้พูดคือใคร ติดต่ออะไร และขอเบอร์ติดต่อไว้ ในกรณีที่ท่านไม่อยู่ จะบันทึกไว้เป็นหลักฐานและแจ้งให้หัวหน้าทราบตามแบบฟอร์มที่ได้จัดทำขึ้น6. การจัดทำตารางการนัดหมายและเตือนการนัดหมายการนัดหมายนั้นทำได้หลายวิธี เช่น การนัดหมายด้วยวาจา การนัดหมายทางโทรศัพท์ การนัดหมายโดยใช้จดหมายติดต่อทุกครั้งที่เลขานุการทำการนัดหมายจะเป็นไปตามความต้องการของหัวหน้าทุกครั้ง เลขานุการจะแจ้งให้หัวหน้าทราบว่าได้ทำการนัดหมายกับบุคคล วัน เวลาใด เผื่อหัวหน้าจะทำการนัดหมายจะได้เกิดการซ้ำซ้อนกัน การนัดหมายทุกครั้ง เลขานุการจะทำบันทึกการนัดหมายตามแบบฟอร์มที่ได้จัดทำไว้ เพื่อเตือนความจำทั้งเลขานุการและหัวหน้า และการนัดหมายถ้าเกิดมีความจำเป็นต้องยกเลิก เลขานุการจะรีบแจ้งการเลิก นัดก่อนถึงวัน เวลาที่นัด และเสนอแนะการนัดในวัน เวลาต่อมา7. การต้อนรับแขกและผู้มาติดต่อหัวหน้าเลขานุการจะเชิญให้แขกนั่งในห้องพักที่จัดไว้หรือโต๊ะรับแขก หาน้ำให้ดื่ม หาหนังสือให้อ่าน หากแขกที่นัดหมายไว้มาถึงสำนักงานและถึงเวลานัดแล้ว แต่หัวหน้ากำลังมีแขกอยู่หรือติดธุระอยู่เลขานุการจะแจ้งให้แขกทราบ เพื่อรอเวลาเข้าพบหัวหน้า หากแขกต้องรอนานเลขานุการจะแจ้งให้แขกทราบ กล่าวขอโทษที่ทำให้เขาต้องรอ และบอกเวลาที่ต้องล่าช้าไปอีกโดยประมาณ แขกจะตัดสินใจว่าเขาจะนัดใหม่หรือจะรออยู่ต่อไป หลังจากนั้นจะบันทึกข้อมูลไว้เป็นหลักฐานว่า แขกที่มาติดต่อชื่ออะไร เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ หรือขอนามบัตร8. การดูแลความเรียบร้อยของห้องหัวหน้าเลขานุการจะดูความเรียบร้อยของห้องหัวหน้าว่า มีฝุ่น ขยะ สกปรก อุปกรณ์เครื่องใช้สำนักงาน หากมีไม่เพียงพอหรือชำรุด จะประสานงานให้ผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป9. การเก็บรักษาเอกสารต่างๆ ให้เป็นระเบียบเลขานุการจะจัดเก็บเอกสารให้เป็นระเบียบ หากต้องการค้นหาเรื่องใดก็ตามจะต้องหาได้อย่างรวดเร็วและรวบรวมเรื่องเป็นหมวดหมู่ ประหยัดเวลาในการเก็บค้น การเก็บเอกสารสามารถจัดเก็บได้หลายวิธี เช่น ตามพยัญชนะ ตามตัวเลข หรือตามเรื่องสำหรับแฟ้มหนังสือลับหรือหนังสือส่วนตัว เลขานุการจะปรึกษากับหัวหน้าว่าจะเขียนหรือเรียกชื่อแฟ้มว่าอะไร หรือเราจะเสนอว่าควรจะใช้อย่างไร เพื่อจะได้เป็นที่รู้กันระหว่างเลขานุการกับหัวหน้า จะได้ค้นเรื่องได้ถูกต้อง10. ช่วยดำเนินการเกี่ยวกับการประชุมที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับหัวหน้า เช่น- การเตรียมห้องประชุม อาหารว่างและเครื่องดื่ม (ทั้งก่อนและหลังประชุม)- การจัดระเบียบวาระการประชุม…
Read More

รู้จัก “เลขานุการ (Secretary)”

knowledge
เลขานุการ (Secretary) ในสังคมของการเปลี่ยนแปลงรวมทั้งการแข่งขันกันอย่างรุนแรงทางธุรกิจ ทำให้บทบาทหน้าที่ของเลขานุการต้องปรับเปลี่ยนและพัฒนาให้สอดคล้องกับการบริหารงานของผู้บริหารแห่งยุคการแข่งขันด้วย เลขานุการถือเป็นบุคคลที่มีบทบาทสำคัญของหน่วยงานในการผลักดันองค์กรให้ก้าวไปสู่ความสำเร็จ ด้วยบทบาทหน้าที่ที่มิได้ถูกจำกัดเพียงงานประจำธรรมดาเท่านั้น แต่ยังได้ก้าวขึ้นไปถึงฐานะผู้ช่วยที่ใกล้ชิด และได้รับความไว้วางใจจากผู้บริหาร อีกทั้งยังเป็นผู้ประสานงาน เชื่อมโยงระหว่างผู้บริหารกับบุคคลอื่นๆ ทั้งในและนอกองค์กร ดังนั้น เลขานุการต้องเข้าใจบทบาทของตนเป็นอย่างดี มีการพัฒนาตนเองอย่างมีแบบแผน รวมทั้งหาวิธีการปรับปรุงงานที่ต้องรับผิดชอบให้มีผลงานดีขึ้น ลดข้อผิดพลาดของงาน และพัฒนาตนเองเพื่อเผชิญกับงานที่มีขอบเขตกว้างขวาง ยุ่งยากซับซ้อนมากยิ่งขึ้น จะทำให้ผลให้ประสบความสำเร็จในตำแหน่งหน้าที่การงาน ความก้าวหน้าขององค์กร และเป็นที่ต้องการขององค์กรที่จะขาดเสียมิได้ ความหมายของเลขานุการ (Secretary) เลขานุการในภาษาอังกฤษ คือ Secretary เป็นศัพท์มาจากภาษาลาตินว่า “Secretum” แปลว่า “Secret” ซึ่งแปลเป็นภาษาไทย คือ “ความลับ” ผู้ที่ทำงานในตำแหน่งเลขานุการ ก็คือผู้ที่รู้ความลับของผู้บังคับบัญชาหรือนายจ้าง ดังนั้น เลขานุการตามความหมายจึงต้องเป็นผู้รอบคอบเป็นผู้ที่ไว้เนื้อเชื่อใจได้และเหมาะสมกับตำแหน่ง คำว่า Secretary มีตำราทางวิชาการได้ให้นิยามความหมายของแต่ละตัวอักษรซึ่งสื่อถึงคุณลักษณะของเลขานุการที่ดีไว้ดังนี้ S หมายถึง Sense คือ การมีสามัญสำนึกรู้จักรับผิดชอบในการทำงานว่า สิ่งใดที่ควรจะทำไม่ควรทำ เป็นผู้ไม่ทำงานโดยปราศจากความยั้งคิด รวมถึงการแต่งกายให้ถูกต้องตามกาลเทศะ และมีการตัดสินใจอย่างเด็ดขาด E หมายถึง Efficiency คือ การมีสมรรถภาพในการทำงาน สมรรถภาพเป็นเรื่องที่มีอยู่ในตัวบุคคลแต่ละบุคคลย่อมมีสมรรถภาพมากน้อยแตกต่างกัน การปฏิบัติงานและผลงานจะแสดงถึงสมรรถภาพของ การทำงานที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ C หมายถึง Courage คือ ความมุมานะของบุคคล ซึ่งขึ้นอยู่กับจิตใจที่จะทำงานให้สำเร็จลุล่วงตามความมุ่งหมาย R หมายถึง Responsibility คือ ความรับผิดชอบ คือต้องเป็นผู้ลงมือทำงานด้วยตนเอง และต้อง รับผิดชอบด้วย ไม่ใช่คอยรับงานจากผู้อื่นอย่างเดียวเท่านั้น E หมายถึง Energy คือ พลังในการทำงาน เลขานุการต้องรู้จักแบ่งเวลาการทำงานให้ถูกต้อง เพื่อร่างกายได้รับการพักผ่อนตามสมควรอันจะส่งผลต่อการทำงานระยะยาว T หมายถึง Technique คือ การรู้จักดัดแปลงให้เหมาะสม เทคนิคนี้เป็นเรื่องของแต่ละคน แต่อาจจะเลียนแบบจากผู้อื่นและนำเทคนิคมาพัฒนาให้ดีขึ้นได้ A หมายถึง Active คือ เลขานุการต้องตื่นตัวอยู่เสมอแม้จะมีงานมากน้อยก็ต้องมีความกระตือรือร้นอยู่เสมอ R หมายถึง Rich คือ ความสมบูรณ์ในด้านจิตใจและศีลธรรม หากเลขานุการเป็นผู้ด้อยทางศีลธรรม และวัฒนธรรมอาจทำให้การงานเสียได้ แต่ทางกลับกันหากเลขานุการเป็นผู้มีคุณธรรมที่ดี ก็จะนำความ เจริญมาสู่องค์กรที่ตนทำงานอยู่ได้ Y หมายถึง Youth คือ ตำแหน่งเลขานุการเหมาะสำหรับคนที่มีความอ่อนโยน แลดูสดชื่นเหมือนคนวัยหนุ่มสาว เพราะงานนี้เป็นงานที่ต้องติดต่อกับคนทั่วไปต้องอาศัยมารยาทที่อ่อนน้อมถ่อมตน ประเภทของเลขานุการ แบ่งตามหลักวิชาการ 1. เลขานุการประจำตำแหน่ง ( Organization ) 2. เลขานุการส่วนตัว ( Private ) 3. เลขานุการกิตติมศักดิ์ ( Honorary) 4. เลขานุการพิเศษ ( Special ) แบ่งตามหน้าที่ความรับผิดชอบ…
Read More

หลักสูตรอบรม การบริหารความเสี่ยงในการทำงาน และองค์กร (Risk Management)

GoodCourseGoodTraining
หลักสูตรอบรม การบริหารความเสี่ยงในการทำงาน และองค์กร (Risk Management) ดูวันจัดอบรมในรอบปัจจุบัน คลิก   รายละเอียดหลักสูตรอบรม Course Outline ความสำคัญหลักสูตรอบรมการทำงานใดๆ หากเกิดข้อผิดพลาดหรือเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ภายใต้สถานการณ์การที่ไม่แน่นอนอันเนื่องมาจากการทำงาน ทำให้ได้รับผลกระทบความเสี่ยง (Risk) ไม่ว่าเหตุการณนั้นจะเกิดขึ้นจากปัจจัยภายใน หรือภายนอก หากไม่มีการวิเคราะห์หรือการประเมินความเสี่ยงไว้เลย ย่อมส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อธุรกิจอย่างแน่นอนดังนั้นการทำงานไม่ว่าจะอยู่ในส่วนใดของบริษัท สิ่งที่จำเป็นที่สุดคือ ต้องมีการจัดการกับความเสี่ยงเหล่านั้นเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว การบริหารความเสี่ยง (Risk Management) เป็นการทำนายอนาคตอย่างมีเหตุผลมีหลักการและหาทางลดหรือป้องกันความเสียหายในการทำงานแต่ละขั้นตอนไว้ล่วงหน้า แต่หากองค์กรใดไม่มีการเตรียมการหรือไม่มีการนำแนวคิดของกระบวนการบริหารความเสี่ยงมาใช้ เมื่อเกิดสถานการณ์วิกฤตขึ้น องค์กรเหล่านั้นจะประสบกับปัญหาและความเสียหายที่ตามมาโดยยากที่จะแก้ไข ดังนั้นการนำกระบวนการบริหารความเสี่ยงมาช่วยเสริมร่วมกับการทำงานจะช่วยให้ภาระงานที่ปฏิบัติการอยู่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ โดยผ่านกระบวนการจัดทำแผนความเสี่ยง แล้วนำแผนนั้นไปปฏิบัติ ติดตาม ประเมินผลเป็นระยะๆ และมีการจัดทำรายงาน โดยจะต้องมีความสอดคล้องกับนโยบายของบริษัท จะทำให้เดินไปสู่เป้าหมายและเพิ่มประสิทธิภาพในงานได้อย่างแท้จริง วัตถุประสงค์การอบรม1. เพื่อให้เข้าใจแนวคิดและหลักการบริหารความเสี่ยงขององค์กร2. เพื่อให้สามารถระบุ และประเมินความเสี่ยงองค์กรของตนเองได้3. เพื่อทราบเทคนิควิธี กระบวนการบริหารความเสี่ยง และจัดทำแผนบริหารความเสี่ยงขององค์กร4. เพื่อทราบแนวทางในการติดตามผล และรายงานผล หัวข้อการอบรม1. ความหมายและความสำคัญของการบริหารความเสี่ยง (Risk Management)2. ประเภทของความเสี่ยง3. องค์ประกอบของการบริหารความเสี่ยง (Risk Management)4. บทบาทหน้าที่ในการบริหารความเสี่ยง5. ระบบบริหารความเสี่ยงที่ดี6. ปัจจัยที่ทำให้การบริหารความเสี่ยงประสบความสำเร็จ7. กลยุทธ์ที่ประยุกต์ใช้ในองค์กร เพื่อการบริหารความเสี่ยง• Take การยอมรับความเสี่ยง (Risk Acceptance) การยอมรับให้มีความเสี่ยงเนื่องจากค่าใช้จ่ายในการจัดการหรือสร้างระบบควบคุมอาจมีมูลค่าสูงกว่าผลลัพธ์ที่ได้แต่ควรมีมาตรการติดตามและดูแล• Treat การลด/การควบคุมความเสี่ยง (Risk Reduction/Control) การออกแบบระบบควบคุม การแก้ไขปรับปรุงการทำงานเพื่อป้องกันหรือ จำกัดผลกระทบ และโอกาสเกิดความเสียหาย• Terminate การหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (Risk Avoidance) การหยุดหรือเปลี่ยนแปลงกิจกรรมที่เป็นความเสี่ยง• Transfer การกระจาย/โอนความเสี่ยง (Risk sharing/spreading)8. มาตรฐาน ISO 31000:20099. การจัดทำแผนบริหารความเสี่ยง การติดตามประเมินผล และจัดทำรายงาน รูปแบบการอบรม• บรรยายให้ความรู้ความเข้าใจเชิงลึก พร้อมตัวอย่าง• Workshop ให้นำไปประยุกต์สู่การทำงานจริง  
Read More

หลักสูตรอบรม การออกแบบระบบงาน (Work System Design)

GoodCourseGoodTraining
หลักสูตรอบรม การออกแบบระบบงาน (Work System Design) รายละเอียดหลักสูตรอบรม Course Outline ความสำคัญหลักสูตรอบรม การสร้างแนวทางในการพัฒนาองค์กรให้ไปสู่การแข่งขันที่มีสมถรรถนะสูง ได้นั้น องค์กรหรือตัวแทนแต่ละแผนกจำเป็นต้องมีการออกแบบงานอย่างเป็นระบบเพื่อตอบสนองเป้าหมายของค์กรได้ โดยเริ่มต้นจากวิสัยทัศน์ พันธกิจ การกำหนดการออกแบบระบบงานมีความสำคัญต่อการตอบสนองของลูกค้า หรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการจัดการในกระบวนการต่างๆของการปฏิบัติงานในแต่ละวันได้เป็นอย่างดี วัตถุประสงค์การอบรม 1. เพื่อออกแบบแนวทางการควบคุมต้นทุนให้เป็นไปตามแผน 2. เพื่อออกแบบแนวทางการดำเนินงานให้ได้ตามเป้าหมาย (KPI) เช่น ของเสีย / วัตถุดิบที่ใช้ / ข้อร้องเรียนจากลูกค้า 3. เพื่อวิเคราะห์จุดสำคัญ (Key Process) ของระบบงาน และออกแบบแนวทางการควบคุมเพื่อให้ได้งานที่มีคุณภาพ 4. เพื่อออกแบบการเก็บข้อมูลที่สำคัญ และสามารถนำไปวิเคราะห์ต่อยอดปรับปรุงในอนาคต หัวข้อการอบรม 1. กรอบแนวคิดในการจัดการกระบวนการออกแบบ การปรับปรุงการทำงาน 2. การวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้า Workshop 1: วิเคราะห์ปัจจัยภายใน และปัจจัยภายนอก 3. การเปลี่ยนแปลงแบบ Paradigm Shift (กระบวนทัศน์)ในการคิดเชิงกลยุทธ์ Vision Shift = การปรับวิสัยทัศน์ให้ทันกับยุคสมัย Direction Shift = การกำหนดทิศทางขององค์กร Management Shift = การบริหารการจัดการที่ปรับตามสภาวะแวดล้อม Cooperate Culture Shift = การสร้างนวัตกรรมองค์กร 4. การออกแบบการทำงานโดยการตั้งเป้าหมาย (Goad setting) และการประเมินผลโดยใช้เครื่องมือ BSC วัดความสำเร็จ 4 ด้าน Workshop 2 : การออกแบบกระบวนการทำงาน และการตั้งเป้าหมายเพื่อควบคุมต้นทุน 5. วิเคราะห์ระบบการทำงานเพื่อลดการสูญเสีย 7 ประการ ( 7 Waste) 6. หลักการบริหารตาม POSCoRB Model Workshop 3 : วิเคราะห์จุดเสี่ยงเพื่อลดความสุญเสีย และการบริหารตามหลัก POSCoRB Model 7. การจัดการข้อมูลที่สำคัญในรูปแบบ Knowledge Management เพื่อสร้างแนวทางในการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องในอนาคต รูปแบบการการอบรม • การเรียนรู้แบบผู้ใหญ่ ( Adult Learning ) เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ได้ทันที • การบรรยายแบบมีส่วนร่วมสื่อสาร 2 ทาง • Workshop • ถาม-ตอบ คุณสมบัติผู้เข้าอบรม • พนักงาน หัวหน้างาน ผู้จัดการ หรือผู้ที่สนใจ
Read More

หลักสูตรอบรม ISO 50001:2018 Energy Management System-Requirement

GoodCourseGoodTraining
หลักสูตรอบรม ISO 50001:2018 Energy Management System-Requirement รายละเอียดหลักสูตรอบรม Course Outline ความสำคัญหลักสูตรอบรม ระบบ ISO 50001 :2018 เป็นระบบมาตรฐานการจัดการด้านพลังงานพลังงาน เป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญในธุรกิจที่ใช้กับทุกิจกรรมขององค์กร ล้วนต้องการใช้พลังงาน เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจของตนเองไม่ว่าจะด้านการผลิตสินค้าหรือบริการ การใช้พลังงานจึงจำเป็นต้องมีบริหารจัดการที่ดี การนำระบบมาตรฐานการจัดการพลังงาน ISO 50001 : 2018 มาประยุกต์ใช้ในองค์กร โดยมาตรฐานฉบับใหม่นี้ได้มีการปรับปรุงให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น รวมถึงการวิเคราะห์บริบทองค์กรที่เกี่ยวด้านลังงาน และความเป็นผู้นำของผู้บริหารเพื่อให้องค์กรขับเคลื่อนบนมาตรฐานการจัดการพลังงาน ISO 50001 : 2018 วัตถุประสงค์การอบรม 1. การระบุข้อกำหนดที่สำคัญ และการนำไปใช้ประโยชน์ของมาตรฐานการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 50001:2018 2. เพื่อให้ผู้เข้าฝึกอบรมเรียนและเข้าใจความหมายข้อกำหนดของระบบการจัดการพลังงาน ISO 50001 : 2018 3. เพื่อให้พนักงานที่เกี่ยวข้องนำแนวทางในการปรับปรุงระบบการจัดการพลังงานสู่มาตรฐานการจัดการพลังงานฉบับใหม่ หัวข้อการอบรม • การเปลี่ยนแปลงระบบการจัดการพลังงานจาก ISO 50001:2011 สู่มาตรฐานใหม่ ISO 50001 : 2018 • การกำหนดโครงสร้างองค์กร และแผนการบริหารเชิงกระบวนการ 1. ขอบข่าย (Scope) 2. มาตรฐานอ้างอิง (Normative references) 3. คำศัพท์และนิยาม (Terms and definitions) 3.1 คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับองค์กร 3.2 คำศัพท์ที่เกี่ยวกับระบบการจัดการ 3.3 คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับข้อกำหนด 3.4 คำศัพท์ที่เกี่ยวกับสมรรถนะ 3.5 คำศัพท์ที่เกี่ยวกับพลังงาน 4. บริษัทขององค์กร (Context of the organization) 4.1 ความเข้าใจองค์กร และบริบทองค์กร 4.2 ความเข้าใจถึงความต้องการ และความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 4.3 การกำหนดขอบข่ายของระบบการจัดการพลังงาน 4.4 ระบบการจัดการด้านพลังงาน 5.ความเป็นผู้นำ (Leadership) 5.1 ความเป็นผู้นำและความมุ่งมั่น 5.2 นโยบายด้านพลังงาน 5.3 บทบาท หน้าที่ความรับผิดชอบและอำนาจหน้าที่ในองค์กร 6. การวางแผน 6.1 การปฏิบัติการเพื่อดำเนินการกับความเสี่ยงและโอกาส 6.2 วัตถุประสงค์คุณภาพ เป้าหมายด้านพลังงาน และแผนงานเพื่อให้บรรลุ 6.3 การทบทวนด้านพลังงาน 6.4 ดัชนีชี้วัดสมรรถนะด้านพลังงาน 6.5 ฐานพลังงานอ้างอิง 6.6 การวางแผนสำหรับการรวบรวมข้อมูลด้านพลังงาน 7.การสนับสนุน 7.1 ทรัพยากร 7.2 ความสามารถ 7.3 ความตระหนัก 7.4…
Read More